Login
DnnForge - NewsArticles

ผลิตภัณฑ์นมจากเนื้อไก่...ช่วยทารกที่แพ้โปรตีนจากนมวัว

     คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้แถลงข่าวโครงการ “ศิริราชผลิตนมจากเนื้อไก่ รักษาทารกแพ้นมวัว” โดยมี ศ.คลินิก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล รศ.นพ.ธราธิป โคละทัต หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ และศ.นพ.พิภพ จิรภิญโญ หัวหน้าสาขาวิชาโภชนาการ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ พร้อมด้วยครอบครัวผู้แพ้นมวัวที่หันไปรับประทานนมจากเนื้อไก่แทน
คณะแพทย์ผู้วิจัย กล่าวว่าได้พยายามคิดค้นแก้ปัญหาของผู้ป่วยเด็กที่แพ้โปรตีนจากนมวัว โดยการผลิตนมจากเนื้อไก่ ซึ่งใช้เวลากว่า 10 ปี จึงประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก โดยได้ส่งตัวอย่างนมเนื้อไก่ไปยังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อตรวจวัดคุณค่าสารอาหารต่างๆ พบว่า นมจากเนื้อไก่ยังคงคุณค่าสารอาหารครบถ้วนได้มาตรฐานสำหรับทารก ย่อยง่ายและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
     ปัจจุบันเด็กทารกที่แพ้โปรตีนนมวัวมี 2-4% หรือประมาณ 20,000 คนต่อปี จากจำนวนเด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัว 6 แสนคน และมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแม่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองน้อยลง จึงต้องเลี้ยงลูกด้วยนมวัว ซึ่งอาการของโรคแพ้นมวัวจะเริ่มสังเกตเห็นในช่วง 1-2 เดือนแรกหรือทานนมแล้ว 10-14 วัน โดยอาการส่วนมากที่พบ คือ ผิวหนังเป็นผื่น มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด อาเจียน หากอาการรุนแรงอาจถ่ายเป็นเลือด ซึ่งอาการเหล่านี้พบได้ในหลายๆ โรคในเด็ก ดังนั้นหากค้นหาสาเหตุไม่พบจึงเป็นไปได้ว่าเด็กเป็นโรคภูมิแพ้นมวัว
     แต่เดิมหากเด็กแพ้โปรตีนนมวัว จะต้องเปลี่ยนไปกินนมถั่ว หรือสูตรนมชนิดพิเศษที่มีการย่อยโปรตีนนมวัวอีกชั้นหนึ่ง เช่น นมที่เป็นกรดอะมิโน ซึ่งต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศ มีราคาแพงมาก แต่ก็ยังมีทารกจำนวนหนึ่งที่แพ้นมทุกชนิด ซึ่งเด็กกลุ่มนี้จะต้องรับประทานน้ำซุปไก่ ทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ประกอบกับมีรายงานทางการแพทย์หลายแห่งระบุว่า ถ้าแพ้โปรตีนจากนมวัว นมถั่ว หรือนมชนิดอื่นๆ ให้กินน้ำซุปไก่ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้นำเนื้อไก่มาปรุงด้วยกรรมวิธีพิเศษและเติมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทารก เช่น วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ จนได้เนื้อนมที่เนียนละเอียดมาก
     ทั้งนี้ จากผลการศึกษาวิจัยในทารกที่แพ้โปรตีนนมวัว โดยเปรียบเทียบการกินนมจากเนื้อไก่ 20 ราย และนมถั่วเหลือง 18 ราย เป็นเวลา 14 วัน ซึ่งงานวิจัยนี้ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลแล้ว พบว่า ทารกมีอาการแพ้นมจากเนื้อไก่น้อยกว่านมจากถั่วเหลือง 8 เท่า นอกจากนี้ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีทารกอีกจำนวนหนึ่งที่กินนมเนื้อไก่มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป เนื่องจากแพ้นมทุกชนิด แต่กลับสามารถกินนมเนื้อไก่ได้ดี ไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด มีการเจริญเติบโตเป็นปกติ และสามารถกลับไปกินนมวัวได้โดยไม่มีอาการแพ้อีก
     คณะแพทย์ผู้วิจัย กล่าวต่ออีกว่า การแพ้โปรตีนจากนมวัวมีปัญหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวไม่ทราบแล้วปล่อยรักษาตามอาการของโรค ซึ่งไม่หายเพราะไม่ได้รักษาที่ต้นเหตุของโรคที่แท้จริง ทั้งนี้ เด็กที่รับประทานนมเนื้อไก่อาการแพ้จะค่อยๆ หมดไป โดย 70% ของเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวจะหายได้ตอนอายุ 1 ปี จึงมีการติดตามผลหลังจากรับประทานนมเนื้อไก่ครบ 1 ปี เพื่อดูว่ามีอาการแพ้นมวัวอยู่หรือไม่ และจะประเมินทุกๆ 3 เดือน และสามารถรับประทานนมเนื้อไก่ต่อได้เรื่อยๆ ซึ่งมีเด็กบางรายที่กินนมเนื้อไก่จนถึงอายุ 4 ขวบ
สำหรับข้อสงสัยว่าในเนื้อไก่จะมีฮอร์โมนหรือสารพิษตกค้างหรือไม่ คณะแพทย์ผู้วิจัยกล่าวว่า เนื้อไก่ที่นำมาผลิตเป็นนมเนื้อไก่มาจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐานรับรองผลิตภัณฑ์ที่ผลิตไก่ส่งออกไปต่างประเทศไม่มีสารปนเปื้อนหรือสารพิษตกค้าง ที่สำคัญคือ ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า ในเนื้อไก่มีฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต ดังนั้นจึงเชื่อมั่นได้ว่ามีความปลอดภัยอย่างแน่นอน
ส่วนขั้นตอนการผลิตนมเนื้อไก่นั้น จะใช้เนื้อไก่ส่วนหน้าอกเนื่องจากมีไขมันต่ำ โปรตีนคงที่ โดย 1 กิโลกรัมสามารถผลิตน้ำนมไก่ได้ 23 ลิตร กว่าที่จะทำได้สำเร็จต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนที่ยากมาก คือ การละลายของเนื้อไก่ที่ไม่เป็นเนื้อเดียวกัน แต่ในที่สุดก็สามารถทำให้มีการละลายตัวเป็นเนื้อเดียวกันได้ โดยได้เนื้อนมที่มีความละเอียด จากนั้นนำมาแช่แข็งที่ -72 องศาเซลเซียส และนำมาละลายเมื่อจะรับประทาน ซึ่งทารกสามารถดูดนมจากเนื้อไก่จากจุกนมปกติ สำหรับรายละเอียดการศึกษาจะมีการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ “Asia Pacific Journal of Clinical Nutrition” ซึ่งคณะแพทย์ผู้วิจัยได้จดสิทธิบัตรสูตรนมจากเนื้อไก่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่ผ่านมา
     สำหรับโครงการต่อไปจะทำการศึกษาเปรียบเทียบการกินนมวัวและนมไก่ในระยะยาว และหากมีความสนใจในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมเพื่อเป็นประโยชน์ช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาก็สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากนมที่มีการนำเข้ามีราคาสูงถึง 1,500 บาทต่อปอนด์ และพบว่ายังมีเด็กที่แพ้นมชนิดนี้ 10% และยังไม่มีการศึกษาผลในระยะยาวว่าดีต่อการเจริญเติบโตของเด็กหรือไม่ ในขณะที่นมเนื้อไก่มีราคาเพียง 300 บาทต่อปอนด์ เป็นการช่วยประหยัดเงินให้ประเทศได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะนี้มีโรงพยาบาลหลายแห่งมาขอซื้อนมเนื้อไก่เพื่อนำไปให้กับเด็กที่แพ้โปรตีนนมวัวได้รับประทานด้วย
     นอกจากนี้จะทำการพัฒนาต่อยอดผลิตเป็นนมผง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้รับประทานง่ายขึ้น ในส่วนเด็กโตจะพัฒนาเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาลนำมาปรุงแต่งรสชาติให้น่ารับประทานขึ้น และในผู้สูงอายุที่มักดื่มซุปไก่สกัดเป็นประจำ จะมีการพัฒนาสูตรให้สามารถรับประทานน้ำนมไก่ 3 แก้ว ก็สามารถที่จะอยู่ได้ทั้งวัน และมีสารอาหารครบถ้วน
 
ที่มา : www.Pantip.com

Previous Page | Next Page

  Copyright © 2007 สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่