Login
Enter Title
ทัศนะผู้บริหาร

สถานการณ์และแนวโน้มของธุรกิจไก่ไข่ ประเทศไทย

      จากปี 2547 เกิดไข้หวัดนก มีการทำลายไก่ไข่ประมาณ 10 ล้านตัว ทำให้ปริมาณแม่ไก่ยืนกรงลดลงเหลือประมาณ 25-26 ล้านตัวและค่อยๆเพิ่มเป็นประมาณ 30 ล้านตัวในช่วงปลายปีทำให้ผลผลิตไข่ไก่ทั้งปี ผลิตได้ประมาณ 8,115 ล้านฟอง และราคาไข่ปรับตัวขึ้นสูงหลังจากที่ผู้บริโภคเข้าใจกลับมาบริโภคไข่ไก่ตามปกติ ราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มเฉลี่ย 2.04 บาท/ฟอง ในขณะที่ต้นทุนก็ปรับสูงขึ้นเป็นเฉลี่ย 1.90-1.95 บาท/ฟอง ต้นทุนที่สูงขึ้นจากการที่ต้องลงทุนพัฒนาเรื่องระบบ Bio-Security

     ปี 2548 มีการขยายกำลังผลิตอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการบริโภคสูง ราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มบางช่วงสูงถึง 2.60 บาท/ฟอง ราคาที่สูงทำให้มีผู้ผลิตรายใหม่สนใจมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น
ปริมาณแม่ไก่ไข่ยืนกรงเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 35 -36 ล้านตัว ช่วงปลายปีประมาณ 37 ล้านตัว ผลผลิตไข่ไก่ทั้งปีประมาณ 9,760 ล้านฟอง ราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มเฉลี่ยทั้งปี 2.18 บาท/ฟอง ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ย ประมาณ 1.90- 1.95 บาท/ฟอง 

      ในช่วงสองปีนี้ผู้ผลิตให้ความสำคัญเรื่องเทคโนโลยีด้านโรงเรือนและอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีการปรับปรุงโรงเรือนรุ่นเก่าเป็นระบบ
EVAP และให้ความสำคัญเรื่องการป้องกันโรคอย่างเข้มงวด
ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น ส่งผลให้การประเมินผลผลิตไข่ไก่ทั้งประเทศเดิมคำนวนจาก ผลผลิตไข่ไก่จากแม่ไก่ 1 ตัว จาก 270-275 ฟอง/ปี ต้องปรับเป็น 280-285 ฟอง/ปีในปีถัดไป      จากการเพิ่มการเลี้ยงมากขึ้น ทำให้ราคาขายไข่ไก่เริ่มตกต่ำลงตั้งแต่ปลายปี 2548

      เข้าสู่ปี
2549 ผลผลิตไข่ไก่ยังสูงมากอย่างต่อเนื่อง ช่วงต้นปี มีแม่ไก่ยืนกรง 37-38 ล้านตัว
และปรับลดลงช่วงปลายปีทำให้แม่ไก่ยืนกรงทั้งปีเฉลี่ยที่ 35-36 ล้านตัวผลผลิตไข่ไก่ทั้งปีเพิ่มเป็นประมาณ 9,974 ล้านฟอง ราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มเฉลี่ยทั้งปี 1.71 บาท/ฟอง ในขณะที่ต้นทุนเฉลี่ย ประมาณ 1.90-1.95 บาท/ฟอง

     ผลจากการที่ผู้เลี้ยงไก่ไข่ขาดทุนมาตลอดปี
2549 เข้าสู่ปี 2550 ผู้ผลิตไข่ไก่ต้องรับภาระต้นทุนสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์โดยเฉพาะข้าวโพดที่ถูกนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนน้ำมัน ทำให้ต้นทุนไข่ไก่สูงขึ้นเป็น 1.95-2.00 บาท/ฟอง จึงต้องมีการร่วมมือกันของผู้ผลิตที่จะต้องปรับลดการผลิตตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายไข่ไก่แห่งชาติ(Egg Board)โดยแผนระยะยาว ควบคุมปริมาณการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งจะส่งผลในปี 2551 แผนระยะกลาง ลดปริมาณการผลิตลูกไก่ไข่ 10%ตั้งแต่ปลายเดือน มกราคม ซึ่งจะส่งผลช่วงเดือน กรกฎาคมเป็นต้นไป สำหรับแผนระยะสั้น มีอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือเร่งปลดแม่ไก่เร็วขึ้นโดยเร่งปลดแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตเกิน 50 สัปดาห์ และเรื่องที่สองคือ ระบายไข่ไก่ส่วนเกินโดยส่งออกไปขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งกิจกรรมทั้งสองเรื่องเร่งปฏิบัติช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ส่งผลทำให้ราคาขายไข่ไก่หน้าฟาร์มสูงขึ้นเป็น 2.00บาท/ ฟอง ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เป็นต้นมา
     
     ณ.วันนี้เดือนมิถุนายน
2550 สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ มีความเห็นว่าจากวันนี้เป็นต้นไป คงต้องช่วยกันผลักดันให้ไข่ไก่มีราคาขายที่สูงขึ้นกว่านี้ ทั้งนี้เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกที่จะบริโภคสินค้าอื่นทดแทนได้ แต่ผู้ผลิตไข่ไก่ไม่มีทางเลือก เขาลงทุนทำอาชีพนี้แล้ว การเปลี่ยนอาชีพมิใช่เป็นเรื่องง่ายๆ    แต่ในขณะเดียวกันผู้ผลิตไข่ไก่หลังจากที่ปรับปรุงเรื่องเทคโนโลยี่ด้านการผลิตแล้ว ผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงผู้บริโภคด้วย ณ.วันนี้ผู้บริโภคชาวไทยมีความรู้เพิ่มขึ้น ต้องการสินค้าที่มีมาตรฐานสูงขึ้น
    
    
แนวโน้มจากวันนี้เป็นต้นไป เป็นภาระหน้าที่ของผู้ผลิตไข่ไก่ จะต้องปรับปรุง พัฒนาสินค้าไข่ไก่ ให้เป็นสินค้าที่สด สะอาด ปลอดภัย จนถึงมือผู้บริโภค ระบบมาตรฐานสินค้าต่างๆ เช่น มาตรฐานตัว Q ของกรมปศุสัตว์ .ระบบมาตรฐาน Food Safety ของกระทรวงสาธารณสุข
 
      ระบบมาตรฐาน GMP และ HACCP จะเป็นเรื่องที่ผู้ผลิตไข่ไก่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานสินค้าไข่ไก่ให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมั่นใจ และจะส่งผลให้การบริโภคไข่ไข่สูงมากขึ้นในอนาคต

Previous Page | Next Page

  Copyright © 2007 สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่