Login
งานสัมนาของสมาคม

สัมมนา “รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ : ในโรงเรียน”

สัมมนา “รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ : ในโรงเรียน”
ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ไก่ไข่
คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
วันที่ 3 ก.ย. 50 ณ อาคารวิจัยและพัฒนา ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน กทม. เวลา 08.30 – 16.30 น.

 
     กรมปศุสัตว์ ร่วมกับสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ได้จัดให้มีการสัมมนา “รณรงค์ส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ : ในโรงเรียน” ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ไก่ไข่ คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Eggboard) เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โดยมีน.สพ.ทฤษดี ชาวสวนเจริญ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานกล่าวเปิดการสัมมนาฯ ร่วมกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผู้เข้าร่วมฟังการสัมมนามาจากหลายหน่วยงาน อาทิ กลุ่มครู อาจารย์โรงเรียนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมไก่ไข่ และผู้ที่สนใจทั่วไป จำนวนประมาณ 100 ท่าน

 

คุณศิริวัฒน์ อินทรมงคล ผอ.สำนักพัฒนาการปศุสัตว์และถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมปศุสัตว์
กล่าวถึงวัตถุประสงค์การสัมมนา

 
วัตถุประสงค์การสัมมนา
     เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตและคุณประโยชน์ทางโภชนการของไข่ไก่ ตลอดจนระดมความคิดเห็นจากครู นักวิชาการ และบุคลากรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางในการจัดทำแผนการเพิ่มปริมาณการบริโภคไข่ไก่ สำหรับบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ไก่ไข่ของประเทศไทยในอนาคต (ปี พ.ศ.2551-2555))
 
หัวข้อการสัมมนา
     1. นโยบายการพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ โดย รองอธิบดีกรมปศุสัตว์
     2. การผลิตไข่ไก่ที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัยกับผู้บริโภค โดย คุณสมคิด วรรณลุกขี (ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บจ.กรุงเทพอาหารสัตว์)
     3. คุณค่าทางโภชนาการของไข่ไก่ โดยน.สพ.กรภัทร มยุระสาคร (แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว รพ.สมุทรสาคร)
     4. แนวทางส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ในโรงเรียนโดยอาจารย์สง่า ดามาพงษ์ กรมอนามัย
     5. ข้อคิดเรื่องการส่งเสริมบริโภคไข่ในโรงเรียนจากผู้เข้าร่วมสัมมนา (ดร.อุไรพร จิตต์แจ้ง สถาบันวิจัยโภชนการ มหาวิทยาลัยมหิดล)

 

ดำเนินการสัมมนาโดย คุณพรศรี เหล่ารุจิสวัสดิ์ (สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่)

 

ประธานการสัมมนา : น.สพ.ทฤษดิ ชาวสวนเจริญ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์

 
     กล่าวถึงสถานการณ์การผลิตไข่ไก่ของประเทศว่าปัจจุบันมีการใช้มาตรการบริหารจัดการการผลิตไข่ไก่ต่าง ๆ เช่น การกำหนดปริมาณการผลิตที่เหมาะสม การปรับลดการผลิตโดยชลอการนำไข่เชื้อเข้าฟัก 10 % นาน 10 สัปดาห์ การปลดแม่ไก่ไข่ที่อายุมากกว่า 50 สัปดาห์ออก 1.75 ล้านตัว รวมทั้งการส่งไข่ไก่ส่นเกินออกนอก 48 ล้านฟอง ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้น โดยไข่ไก่คละปรับมาอยู่ที่ฟองละ 2.10 บาท ลูกไข่ไก่ตัวละ 20 บาท และไก่ไข่สาวตัวละ 119 บาท สำหรับนโยบายการพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ จะใช้ยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ข้อดังนี้
     ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มการบริโภคและขยายตลาดส่งออกไข่ไก่ ซึ่งเป้าหมายภายในปี 2555 จะทำให้การบริโภคเพิ่มเป็น 200 ฟอง/คน/ปี มีการส่งออกไข่สด 500 ล้านฟอง และส่งออกไข่แปรรูป1,000 ตัน ให้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไข่ไก่เพื่อเพิ่มความหลากหลายของชนิดสินค้าบริโภค
      ยุทธศาสตร์ที่ 2 สร้างความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่ โดยภายในปี 2555 จะสนับสนุนให้มีองค์กรภาคเอกชนดูแลอุตสาหกรรมไก่ไข่ทั้งระบบ มีเงินกองทุน 100 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาไก่ไข่ทั้งระบบ มีกฎหมายเพื่อกำกับดูแลการเลี้ยงไก่ไข่ ให้มีการบริหารจัดการด้านการผลิตให้สอดคล้องกับการบริโภค รวมทั้งผลักดันให้ผู้ประกอบการลงทุนในอุตสาหกรรมการแปรรูปไข่ไก่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับตลาดไข่แปรรูปทั้งในและต่างประเทศ
     ยุทธศาสตร์ที่ 3 สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคด้วยมาตรฐานการผลิต และมาตรฐานสินค้าไข่ไก่ เป้าหมายภายในปี 2555 จะดูแลให้การผลิตและการจัดการฟาร์มถูกสุขลักษณะ โดยให้มีฟาร์มมาตรฐานเพิ่มขึ้นเป็น 4,000 ฟาร์ม รวมทั้งมีการตรวจรับรองคุณภาพไข่ไก่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

 

คุณสมคิด วรรณลุกขี (ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บจ.กรุงเทพอาหารสัตว์)

 
     กล่าวถึงความสำคัญของการผลิตไข่ไก่ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยกับผู้บริโภค โดยชี้ให้เห็นว่า ตั้งแต่วิกฤตการณ์ไข้หวัดนกในปี 2547 ที่ไก่ไข่ถูกทำลายประมาณ 10 ล้านตัว ผู้บริโภคตื่นกลัว ทำให้อุตสหกรรมไก่ไข่ในประเทศไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่ยุคใหม่โดย
 
กรมปศุสัตว์ กำหนดข้อบังคับมาตรฐานฟาร์ม ดังนี้
     - ฟาร์มต้องได้ใบรับรองฟาร์มมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ จึงจะนำไก่เข้าเลี้ยงได้
     - กรมปศุสัตว์ มีการตรวจสอบฟาร์มอย่างสม่ำเสมอ
     - และมีมาตราการควบคุมการเคลื่อนย้ายไก่ทุกขั้นตอน
 
ภาคเอกชน (ผู้เลี้ยง) ปัจจุบันมีการเลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ 35 ล้านตัว ซึ่ง 80 % เลี้ยงในระบบ Evap 20 % เลี้ยงในระบบปิด โดยฟาร์มมีการพัฒนาระบบ Biosecurity ดังนี้
     - จัดระเบียบฟาร์ม แยกคน พื้นที่อยู่อาศัยออกจากสัตว์เลี้ยง เน้นการป้องกันสัตว์อื่น เช่น นก หนู พาหะเข้ามาในฟาร์มอย่างเคร่งครัด
     - มีมาตรการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้า-ออกฟาร์มของรถและคน ต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคทุกครั้ง
     - มีการควบคุมคุณภาพไข่ไก่จากฟาร์ม, โรงคัดไข่ จนถึงมือผู้บริโภค
 
จึงมั่นใจได้ว่า ไข่ทุกฟองในตลาดเมืองไทยวันนี้ มีคุณภาพ ปลอดภัย บริโภคได้อย่างมั่นใจ
และกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาไก่ไข่ในอนาคต ว่า
     - ผู้เลี้ยงต้องสร้างตราสินค้า (Brand) ให้เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เพื่อให้ลูกค้ารู้จัก ชื่นชอบ และภักดีในตราสินค้า
     - มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับได้ (Traceability) โดยการ Inkjet บนฟองไข่ ระบุวันผลิต ฟาร์ม โรงคัด และเวลาคัด ให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับที่มาของไข่ได้ทุกฟอง
     - พัฒนาตามกระแส HGA
         H = Healt เน้นเรื่องสารตกค้าง ไม่ใช้ Antibiotic
         G= Green ไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม
         A= Animal welfare ไม่ทรมารสัตว์
       กล่าวถึงประโยชน์ของการกินไข่ไก่นั้นมีมากมาย แต่คนไทยกินไข่น้อย เพราะกลัวคลอเรสเตอรอล เนื่องจากได้รับคำแนะนำแบบเดิม ๆ จากแพทย์ไทย ว่าอย่ากินไข่มาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุว่ากินไข่แล้วจะเป็นโรคหัวใจ
     เหล่านี้เป็นที่มาให้ นพ.กรภัทร ทำโครงการวิจัยเสนอไปยัง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ และได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2547-2550 เพื่อทำวิจัยถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับโคเลสเตอรอลในเลือด หลังจากรับประทานไข่อย่างต่อเนื่อง
     งานวิจัยปี 2547 ทำการศึกษาในคนวัยทำงานสุขภาพดี 56 คน อายุเฉลี่ย 35 ปี โดยให้กลุ่มตัวอย่างรับประทานไข่ไก่เป็นเวลา 12 สัปดาห์
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า
    โคเรสเตอรอล (TC) ของกลุ่มทดลองสูงขึ้น แต่
    ไขมันดี (HDL) สูงขึ้น
    ไขมันเลว (LDL) และไตรกรีเซอไรด์ (TC) ลดลง
    ซึ่งน่าจะส่งผลให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดลดลง
 
     งานวิจัยปี 2548 เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือดหลังจากรับประทานไข่ไก่วันละ 1 และ 2 ฟอง ติดต่อกันเป็นเวลา 10 สัปดาห์ ในคนทำงานสุขภาพดี จำนวน 117 คน อายุเฉลี่ย 33 ปี
 
ผลการศึกษาพบว่า
     ไม่ว่ากลุ่มตัวอย่างจะทานไข่ 1 หรือ 2 ฟอง ระดับการเปลี่ยนแปลงของ คลอเรสเตอรอล, ไตรกลีเซอไรด์, ไขมันเลว (LDC) และอัตราส่วนระหว่าง ครอเรสเตอรอล ต่อ ไขมันดี (HDL)
ไม่แตกต่างกัน
 
      เมื่อกินไข่ต่อเนื่อง ไขมันดี (HDL) มีแนวโน้มมากขึ้น ส่วนไขมันเลว (LDL) มีแนวโน้มลดลง
งานวิจัยปี 2549 โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขการขาดโปรตีนในเด็กวัยเรียน เป็นการให้ไข่เสริมไปกับมื้ออาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนระหว่างวันจันทร์-วันศุกร์ จำนวน 3 ฟอง/สัปดาห์ ในกลุ่มควบคุม หรือ 10 ฟอง/สัปดาห์ในกลุ่มทดลอง และวัดการเปลี่ยนแปลงโปรตีนในร่างกายและการเจริญเติบโตเป็นระยะ ในกลุ่มเด็กนักเรียนวัยประถมศึกษาโรงเรียนในชนบท ทั้งหมด 417 คน
 
ผลการศึกษา
      กลุ่มที่กิน 3 ฟอง/สัปดาห์ มี Prealbumin เพิ่มสูงขึ้นเท่ากับกินไข่ 10 ฟอง/สัปดาห์
ทั้งสองกลุ่มมี ไขมันดี (HDL) สูงขึ้น
จึงสรุปได้ว่า การใช้ไข่ไก่ 3 ฟอง/สัปดาห์ สามารถแก้ปัญหาการขาดในเด็กที่ขาดโปรตีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า

 

คุณสง่า ดามาพงศ์ (นักโภชนาการ กรมอนามัย และโษกกระทรวงสาธารณสุข)

 
     กล่าวว่า ไข่ไก่ไม่ร้ายอย่างที่คิด เพราะยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดระบุว่า ไข่คือสาเหตุหลักของโรคหัวใจ และหลอดเลือด สังคมไทยกลัวไข่เพราะครอเรสเตอรอล และไข้หวัดนก ความมีคุณค่าของไข่จึงถูกบดบังด้วยครอเรสเตอรอล
 

การหลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายมีครอเรสเตอรอลสูง ไม่ได้อยู่ที่ลด หรืองด การกินไข่ แต่ต้องรู้วิธีกินไข่ให้ได้ประโยชน์ โดย

     - กินไข่หลากหลายเมนู เน้น ต้ม ตุ๋น
     - กินไข่ร่สมกับอาหารหลัก 5 หมู่
     - หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง
     - ออกกำลังกาย
 
     กรมอนามัย ส่งเสริมคนไทยกินไข่ โดยระบุในข้อปฎิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย 9 ข้อ ซึ่งโภชนบัญญัติ ข้อ 4 แนะนำให้กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
สำหรับแนวทางการส่งเสริมการกินไข่ในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน มีแนวคิดดังนี้
    1. เริ่มในเด็กเล็กจนถึงเด็กโต
    2. ให้อาหารไข่ เข้ามาอยู่ในวิถีชีวิต
    3. ส่งเสริมทั้งในบ้าน โรงเรียน และชุมชน
    4. ส่งเสริมปัจจัยเอื้อ / เสริม มุ่งประเด็น “สร้างสุขภาพ และสมอง”
ทิศทางการส่งเสริม
1. ปลุกกระแส “ไข่ สำคัญต่อเด็ก”
      - รณรงค์ผ่านสื่อ
      - สร้าง Event
      - มุ่งเด็ก ไปสู่ผู้ใหญ่
2. กำหนดนโยบาย และแผนการส่งเสริม
3. กำหนดกลยุทธ์การส่งเสริม
วางนโยบายไข่ ระดับชาติ ระดับชุมชน และระดับโรงเรียนระดับการส่งเสริม ระดับครอบครัว โรงเรียน/ศูนย์เด็ก ชุมชน
การส่งเสริมในโรงเรียน
1. วางนโยบายไข่ให้ชัด
2. รณรงค์ สร้างกระแสไข่
3. กำหนดเมนูไข่ในอาหารกลางวัน
4. จัดสัปดาห์กินไข่
5. ผสานการเรียน การสอน
6. ดึงผู้ปกครองเข้าร่วม

 

     จากประสบการณ์ เด็กนักเรียนไม่ชอบทานอาหารของโรงเรียน มหิดลจึงออกสำรับอาหารให้ครูเลือก Plan ให้เด็กกิน มีการคำนวณคุณค่าทางอาหาร และปริมาณวัตถุดิบรวมทั้งประมาณค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบแต่ละรายการให้ครูด้วย แต่ปัญหาคือ ปัจจุบันอบต. เป็นผู้ดูแลการจัดซื้ออาหารกลางวันแทนโรงเรียน ดังนั้นการจัดการอาหารกลางวันสำหรับเด็กจึงขาดตัวประสานระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย
     คุณณรงค์ เจียมใจบรรจง นายกสมาคมฯ และคุณวิชัย เตชะวัฒนานันท์ นายกกิตติมศักดิ์ฯ กล่าวให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้ทราบถึงกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคไข่ไก่ในช่วงที่ผ่านมา และแผนการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ของสมาคมฯ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้

Previous Page | Next Page

  Copyright © 2007 สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่